You are currently viewing ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ ร่วมสร้างเครือข่ายวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านวัสดุพลังงานระดับอาเซียน ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ ร่วมสร้างเครือข่ายวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านวัสดุพลังงานระดับอาเซียน ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเร่งอนุภาค ภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์วิจัยวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมวิชาการ International Short Program on Functional Materials and Sustainability 2026 ซึ่งจัดโดย Department of Physics, Insitut Teknologi Sepuluh Nopember (ITS) สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 17-23 สิงหาคม 2569 ณ เมืองสุราบายา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเร่งอนุภาค ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์วิจัยวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ภายในงาน นักวิจัย อาจารย์ และนักศึกษาจาก ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และญี่ปุ่น ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านวัสดุและเทคโนโลยีพลังงาน พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและสถาบันการศึกษาในภูมิภาค

ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงมณี ว่องรัตนะไพศาล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ และหัวหน้าศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเร่งอนุภาค และรองศาสตราจารย์ ดร. ฐปนีย์ สารครศรี ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเชิญเป็นวิทยากร ร่วมถ่ายทอดผลงานวิจัยและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาวัสดุพลังงานขั้นสูง (Advanced Energy Materials)  กับนักวิจัยจากประเทศต่างๆ ครอบคลุมงานวิจัยด้านแบตเตอรี่ เซลล์แสงอาทิตย์ และวัสดุคาร์บอน และการใช้เทคนิควิเคราะห์จากโครงสร้างพื้นฐานวิจัยขนาดใหญ่เพื่อศึกษาสมบัติและกลไกของวัสดุ

กิจกรรมยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้นำเสนอผลงานและแผนงานวิจัยผ่าน Student Short Presentation & Sharing Session พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักวิจัยจากต่างประเทศ และสร้างเครือข่ายทางวิชาการในระดับนานาชาติ

กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และโอกาสในการเชื่อมโยง นักวิจัย นักศึกษา และสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนบุคลากร การใช้โครงสร้างพื้นฐานวิจัยร่วมกัน และการต่อยอดสู่โครงการด้านวัสดุพลังงานและพลังงานสะอาดในอนาคต

แชร์เลย :