You are currently viewing ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ เข้าร่วมการอบรมสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง “เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์: นวัตกรรมวัสดุและการผลิตเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน”

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ เข้าร่วมการอบรมสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง “เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์: นวัตกรรมวัสดุและการผลิตเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน”

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ห้องปฏิบัติการวิจัยเซลล์แสงอาทิตย์ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์วิจัยวัสดุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ จัดงานอบรมสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง “เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์: นวัตกรรมวัสดุและการผลิตเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน” ณ ห้องประชุมดอยหลวง ชั้น 2 โรงแรมแคนทารี่ฮิลส์ จังหวัดเชียงใหม่

การประชุมดังกล่าว มีอาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา เข้าร่วมประชุมกว่า 40 คน จากเครือข่ายการวิจัยวัสดุพลังงาน ได้แก่ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงมณี ว่องรัตนะไพศาล ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมและกล่าวเปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยี Perovskite Solar Cell ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในอนาคต

ปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจโลกในอนาคต ในบริบทนี้ หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ Perovskite Solar Cellภายในเวลาไม่ถึงสองทศวรรษ ประสิทธิภาพของเซลล์ Perovskite เพิ่มขึ้นสู่มากกว่า 26% สำหรับเซลล์เดี่ยวและมากกว่า 33% ในโครงสร้าง Tandem อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของเทคโนโลยีนี้ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างสมดุลของสิ่งที่เรียกว่า Golden Triangle ของ Photovoltaic Technology ประกอบด้วย

  • ประสิทธิภาพสูง
  • เสถียรภาพระยะยาว
  • ต้นทุนต่ำและสามารถผลิตได้จริงในระดับอุตสาหกรรม

เมื่อสามารถตอบโจทย์ทั้งสามด้านนี้ได้ Perovskite Solar Cell ก็จะสามารถก้าวจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง และอาจรวมถึงการใช้งานในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ในอนาคต

สำหรับประเทศไทย การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างเป็นระบบ ถือเป็นส่วนสำคัญของการมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ในปี 2050 และ Net Zero ของประเทศ

นอกจากการบรรยายทางวิชาการแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาและนักวิจัยรุ่นใหม่ได้ซักถามและหารือแนวทางความร่วมมือในอนาคต การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการรวมตัวของคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิจัย เพื่อสร้างนวัตกรรมที่จะตอบโจทย์ความมั่นคงทางพลังงานและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย

แชร์เลย :